โรคพาร์กินสัน

ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ คนในครอบครัว หรือคนที่เราพบเห็นในที่สาธารณะ หรืออาจเป็นตัวท่านเอง แขนและมือมีอาการสั่นข้างใดข้างหนึ่ง หรืออาจ ๒ ข้าง ซึ่งมักสั่นในท่าพักไม่ได้ทำกิจกรรมอะไร มีอาการเคลื่อนไหวเชื่องช้า มีอาการทรงตัวผิดปกติ บางครั้งเจ้าตัวก็ไม่ทราบว่าเป็นอะไร บุคคลที่ท่านพบเห็นหรือตัวท่านนั้นเป็นโรคพาร์กินสันหรือไม่ เพื่อจะได้เข้าทำการรักษากับแพทย์ได้ทันท่วงที

โรคพาร์กินสัน เป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมของระบบประสาท โดยเฉพาะส่วนที่ผลิตสารควบคุมการเคลื่อนไหว หรือที่เรียกว่า สารโดพามีน (Dopamine) ชื่อโรคพาร์กินสัน ได้มาจากชื่อของแพทย์ชาวอังกฤษชื่อ นายแพทย์เจมส์ พาร์กินสัน ซึ่งเป็นแพทย์คนแรกที่ได้พูดถึงอาการของโรคนี้ในปี พ.ศ.๒๓๖๐ โรคพาร์กินสันมักพบในผู้ป่วยสูงอายุ โดยมากจะพบตั้งแต่อายุ ๖๐ ปีขึ้นไป โดยพบในผู้ป่วยเพศหญิงมากกว่าเพศชายเพียงเล็กน้อย ผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน มีอาการอย่างไร อาการของโรคพาร์กินสัน มีอาการสำคัญ คือ
อาการสั่น โดยเฉพาะแขนและมือ โดยมักมีอาการข้างใดข้างหนึ่งนำมาก่อน โดยต่อมาอาจมีการสั่นเกิดขึ้นทั้ง ๒ ข้างได้ แต่มักมีความรุนแรงของการสั่นไม่เท่ากัน อาการสั่นมักจะเป็นในช่วงที่ผู้ป่วยอยู่ในท่าพักไม่มีกิจกรรมใดๆ (resting tremor)
อาการเคลื่อนไหวเชื่องช้า การเคลื่อนไหวต่างๆ ของผู้ป่วย เช่น การเดิน การแต่งตัว การทำกิจวัตรต่างๆ เป็นต้น จะช้าลงอย่างชัดเจน ไม่กระฉับกระเฉงว่องไวเหมือนเดิม
อาการแข็ง เกร็ง ของกล้ามเนื้อ โดยส่วนมากจะเกิดในข้างเดียวกับที่มีอาการสั่น
การทรงตัวผิดปกติ อาการนี้มักพบในผู้ป่วยที่ป่วยมาสักระยะหนึ่งแล้ว ทำให้ผู้ป่วยล้มได้ง่าย อาการอื่นๆ ที่มักพบร่วมกับอาการดังกล่าวข้างต้น ได้แก่ อาการทางระบบประสาทอัตโนมัติ อาการทางจิตประสาท เป็นต้น ซึ่งอาการเหล่านี้ ก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าอาการสำคัญเลย เพราะอาการเหล่านี้อาจนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ถดถอยลงได้
อาการทางระบบประสาทอัตโนมัติที่ผิดปกติ เช่น อาการความดันโลหิตต่ำเมื่อเปลี่ยนอิริยาบถ อาการท้องผูก การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ เป็นต้น. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth