อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ปัจจัยที่ควรรู้ก่อนเลือกซื้อ”จอคอมพิวเตอร์”

อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ปัจจัยที่ควรรู้ก่อนเลือกซื้อ”จอคอมพิวเตอร์” ถ้าคุณกำลังมองหาจอคอมพิวเตอร์ตัวใหม่สักตัว สิ่งที่ไม่ควรละเลย คือ ศึกษาประเภทของจอคอม และจุดประสงค์ในการใช้งาน เพื่อให้ได้ประเภทจอที่เหมาะกับการทำงานที่สุดนั่นเอง

หากจะซื้อจอคอมพิวเตอร์สักตัวแล้วดูแค่ยี่ห้อ และทดสอบว่าจอใช้งานได้หรือเปล่า เท่านี้คงไม่พอหรอกนะคะ เพราะยังมีรายละเอียดสำคัญส่วนอื่นๆ ที่เราต้องคำนึงถึงด้วย ไปเช็คกันดีกว่าว่าก่อนซื้อควรใช้หลักเกณฑ์ใดในการตัดสินบ้าง เพื่อให้ได้จอคอมที่เหมาะกับเราที่สุด

ประเภทของจอคอมพิวเตอร์

• จอภาพ CRT คือ จอภาพขนาดใหญ่ที่รับสัญญาณภาพแบบอนาล็อก มีหลอดสุญญากาศเหมือนกับโทรทัศน์ จะทำงานโดยใช้หลักการยิงแสงอิเล็กตรอนไปยังที่ผิวหน้าจอ ที่มีสารประกอบของฟอสฟอรัส ฉาบอยู่ที่ผิว เมื่อถูกแสงอิเล็กตรอนกระทบ สารเหล่านี้จะเกิดการเรืองแสงขึ้นมา แต่จอภาพประเภทนี้ไม่นิยมใช้งานในปัจจุบัน เหตุผลง่ายๆ ก็เพราะมีขนาดใหญ่ เกะกะ เปลืองไฟ และมีความร้อนสูง

• จอภาพ LCD มีขนาดบาง เล็ก ให้ความคมชัดและสีสันสวยงาม การทำงานของภาพเกิดจากแสงที่ถูกปล่อยออกมาจากหลอดไฟด้านหลังของจอภาพ หรือภาษาอังกฤษ เรียกว่า Black Light ผ่านชั้นกรองแสง (Polarized filter) แล้ววิ่งไปยังคริสตัลเหลวที่เรียงตัวด้วยกัน 3 เซลล์ คือ แสงสีแดง แสงสีเขียวและแสงสีน้ำเงิน จนกลายเป็นพิกเซล (Pixel) ที่สว่างสดใสเกิดขึ้นนั่นเอง จอภาพ LCD ยังแบ่งออกได้ 2 ประเภท คือ Passive Matrix (ให้ความคมชัดและความสว่างน้อยกว่า) และ Active Matrix (ให้ความคมชัดกว่า)

• จอภาพ LED เป็นจอภาพรุ่นใหม่กว่า LCD ใช้หลักการในการแสดงภาพ คือ ใช้หลอดแอลอีดีมาเรียงรายกันบนพาแนลแล้วทำให้เกิดภาพด้วยการติดดับของหลอดแอลซีดี ซึ่งก็ได้ภาพที่ตาเรามองเห็นออกนั่นเอง อีกทั้งจอ LED มีราคาสูงมากๆ ด้วยค่ะ

หลักการเลือกซื้อจอคอมพิวเตอร์

1. ขนาดจอภาพ ควรเลือกจอภาพขนาด 15 นิ้ว ขึ้นไป เพราะปัจจุบันจอภาพ 15 นิ้ว มีราคาสูงกว่าจอภาพขนาด 14 นิ้ว เล็กน้อยเท่านั้น งานเอกสาร หรือ ในสำนักงาน ควรเลือกจอภาพ ขนาด 17-19 นิ้ว ส่วนงานกราฟฟิกควรเลือกจอภาพ ขนาด 19-21 นิ้ว งานออกแบบที่ต้องแสดงผลเป็น 3 มิติ ควรเลือกจอภาพ ขนาดไม่ต่ำกว่า 24 นิ้ว ใช้งานทั่วไป 14-15 นิ้ว การใช้หน้าจอที่มีขนาดใหญ่เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้เราถนอมสายตาโดยไม่ต้องคอยเพ่งให้ปวดกล้ามเนื้อตาค่ะ

2. อัตราส่วนของจอ ในปัจจุบันจะมี 16:9 16:10 และ 4:3 ซึ่งอัตราส่วนเหล่านี้เป็นอัตราส่วนของจอในแบบความยาวต่อความสูง โดยแบบ 16:9 และ 16:10 เป็นจอแบบ Wide Screen จะเน้นความกว้าง เหมาะกับการทำงานที่ใช้พื้นที่ด้านข้างมาก เช่น โปรแกรมตกแต่งภาพ หรือไว้สำหรับชมภาพยนตร์ที่เป็นขนาดเหมือนในโรงหนัง คือ มีความกว้างมาก ส่วนอัตราส่วน 4:3 เป็นแบบหน้าจอโทรทัศน์ปกติ

3. ความละเอียดหน้าจอ (Resolution) ยิ่งความละเอียดมากภาพยิ่งคมชัด แต่ความละเอียดจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการ์ดจอที่ใช้งาน ถ้าเป็น Notebook ขนาดหน้าจอปกติ (14 นิ้ว) จะมีความละเอียดอยู่ที่ 1366 x 768 ส่วนหน้าจอคอมพิวเตอร์แบบ Wide Screen ความละเอียดที่ใช้ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 1440 x 900 ความละเอียดสูงๆ จะเห็นความแตกต่างได้เมื่อใช้เล่นเกม

4. การรับประกัน Dead/Bright Pixel คือ เป็นการรับประกันจุดเสียบนหน้าจอ ยิ่งรับประกันที่ dot น้อยยิ่งดี ซึ่งบางที่หากเกิด Dead/Bright Pixel เพียงจุดเดียวก็สามารถเคลมจอใหม่ได้ แต่ที่สำคัญก่อนตกลงซื้อควรตรวจเช็ค Dead Pixel ให้เรียบร้อยเสียก่อน วิธีคือ เปิดหน้าจอแสดงสีทั้งหน้าจอเป็นสีเดียว เช่น แดง น้ำเงิน เขียว เหลือง แล้วดูอย่างละเอียดว่ามีจุดบอดของสีหรือเปล่า หากมีก็ขอเปลี่ยนใหม่ได้เลยค่ะ

5. Factory Seal ให้ตรวจสอบว่ายังมี Factory Seal ครบทุกจุด หากมีการแกะ หรือกล่องไหนโดนกรีดแล้วเอาสก๊อตเทปแปะทับ ให้เราปฎิเสธไม่รับกล่องนั้นทันที เพราะคุณอาจได้หน้าจอตัวโชว์แทนที่จะได้ของใหม่แกะกล่องนั่นเองค่ะ

วิธีการเลือกซื้อหน้าจอคอมพิวเตอร์ไม่ยากอย่างที่คิดใช่ไหมคะ เพียงตรวจเช็คหน้าจอให้ละเอียด เลือกให้เหมาะกับความต้องการ และที่สำคัญเลือกให้พอกับงบประมาณในกระเป๋าเงินคุณจะดีที่สุด ไม่อย่างนั้นล่ะก็ได้ทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไปตลอดทั้งเดือนแน่นอนเลยค่ะ