ทิศทางใหม่ของการออกแบบแห่งอนาคต?

ทิศทางใหม่ของการออกแบบแห่งอนาคต?
เรดส์ (REDS) รถไฟฟ้าแนวคิดไม่ยึดติดกับกรอบความคิดของรถยนต์ในปัจจุบัน โดยตั้งคำถามว่าทำไมรถยนต์ถึงต้องมีรูปร่างแบบที่เราเห็นในปัจจุบันด้วยเล่า!

เคยสงสัยกันไหมว่าเหตุใดรถยนต์ไฟฟ้าถึงมีรูปทรงไม่แตกต่างไปจากรถยนต์ในปัจจุบัน ทั้ง ๆ ที่น่าจะมีอะไรที่สดใหม่ได้มากกว่านี้จากการที่มอเตอร์ไฟฟ้านั้นมีขนาดเล็กกว่าเครื่องยนต์มาก เหตุผลง่าย ๆ ก็คือผู้บริหารบริษัทรถยนต์ส่วนใหญ่กังวลที่จะนำเสนอรูปทรงใหม่ ๆ ลงไปในท้องตลาดเพราะกลัวว่าผู้บริโภคจะรับไม่ได้นั่นเอง แต่สำหรับบางบริษัทแล้วพวกเขากล้าที่จะแตกต่าง  หนึ่งในนั้นก็คือ CHTC จากประเทศจีน พวกเขาผลิตรถบรรทุกแบบอีวี มาก่อนและมีไอเดียที่จะสร้างรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับเมืองใหญ่  แต่เพราะไม่มีประสบการณ์ด้านการผลิตรถยนต์ขนาดเล็กมาก่อน พวกเขาเลยตัดสินใจรับคำปรึกษากับกูรูด้านการออกแบบ ผู้ซึ่งมีชื่อเสียงด้านแนวคิดที่ “นอกกรอบ” นั่นก็คือ “คริส แบงเกิล” นักออกแบบสัญชาติอเมริกันผู้สร้างตำนานการออกแบบที่สุดหวือหวาให้กับบีเอ็ม ดับเบิลยูกับผลงานที่เรียกว่า “เฟลม เซอเฟซซิ่ง” หรือพื้นผิวที่พลิ้วไหวราวกับเปลวไฟ อันได้แรงบันดาลใจมาจากรอยยับและจีบของผืนผ้าบนร่างกายมนุษย์ ปัจจุบันนี้ตัวเขาได้เปิดบริษัทออกแบบส่วนตัวอยู่ที่เมืองเปียดมอนต์ทางตอนเหนือของอิตาลี โดยใช้ชื่อซีบีเอ หรือคริส แบงเกิล แอสโซซิเอต

เพื่อการนี้ทาง CHTC ได้จดทะเบียนบริษัทใหม่ในชื่อว่า เรดสเปซ (REDSPACE) และรถไฟฟ้าสำหรับการเดินทางในเมืองใหญ่อันเป็นรถคันแรกของเรดสเปซมีชื่อว่า เรดส์ (REDS) โดยทีมงานของคริส แบงเกิล ได้สร้างรถแนวคิด เรดส์ขึ้นมาด้วยแนวคิดที่ไม่ยึดติดกับกรอบความคิดของรถยนต์ในปัจจุบัน โดยตั้งคำถามว่าทำไมรถยนต์ถึงต้องมีรูปร่างแบบที่เราเห็นในปัจจุบันด้วยเล่า! เขาพบว่านักออกแบบส่วนใหญ่มองรถยนต์ว่าเป็นของที่เคลื่อนที่ แต่ในความจริงแล้ว 90% ของอายุรถยนต์ในเมืองใหญ่นั้นจอดอยู่กับที่! ดังนั้นนักออกแบบจึงพยายามที่จะคิดถึงเรื่องของพื้นที่ใช้สอยมากกว่าเรื่องของ อากาศพลศาสตร์ เพราะรถสำหรับใช้งานในเมืองแรงต้านอากาศไม่มีผลอะไรใหญ่โตอยู่แล้ว นี่จึงเป็นเหตุผลให้กระจกหน้าของเรดส์ นั้นกลับทางจากรถทั่วไปที่มักจะลาดขึ้น หรือเอียงเข้าด้านบนเพื่อให้แหวกอากาศได้ดีแต่การที่เรดส์มีกระจกหน้าเป็นทรงเอียงออกด้านหน้านั้น แม้จะไม่ดีกับอากาศพลศาสตร์เมื่อวิ่งเร็ว แต่ในทางกลับกันมันก่อให้เกิด “ร่มเงา” ให้กับห้องโดยสารภายในดุจกันสาดในบ้านพักอาศัยและยังส่งผลให้ได้พื้นที่หลังคามากกว่ารถยนต์ที่มีรูปทรงทั่วไปมากทำให้สามารถติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาได้มากกว่ารถทั่วไป ช่วยให้ลดการบริโภคไฟฟ้าจากระบบปรับอากาศในรถได้ เส้นสายที่แปลกประหลาดโดยเฉพาะด้านข้างของเรดส์นั้นแม้จะไม่ถูกใจเรานักแต่หากให้คาดเดาแล้วเชื่อว่าถูกออกแบบไว้รองรับการเป็นรถสาธารณะในระบบ “ปันขับ” หรือ คาร์แชริ่ง (CarSharing) โดยพื้นที่ว่างบนประตูสไลด์ระบบคาร์ทีเซียน(รางประตูจะกางออกด้านนอกเวลาเปิดทำหน้าที่เหมือนกันสาดกันฝนให้กับผู้โดยสารได้) นั้นอาจจะถูกใช้เป็นพื้นที่เพื่อการ “โฆษณา” ก็เป็นได้

แต่ถึงการออกแบบภายนอกอาจจะดูสับสนงงงวยไปบ้างแต่ด้านในนั้นน่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคริส แบงเกิล บอกว่า “เรดส์เป็นรถที่ออกแบบจากด้านในออกไปสู่ด้านนอก”  เพราะห้องโดยสารได้รับการออกแบบให้ยืดหยุ่นต่อการใช้งาน เพราะที่นั่งคนขับนั้นสามารถหมุนกลับไปด้านหลัง เพื่อการสนทนาหรือหากต้องการใช้เพื่อการทำงานก็สามารถกางโต๊ะทำงานขึ้นมาได้อีกด้วย ส่วนแผงคอนโซลหน้านั้นมีการติดตั้งจอภาพขนาด 17 นิ้วเอาไว้เพื่อให้ผู้โดยสารตอนหลังสามารถสนุกไปกับความบันเทิงในหลากหลายรูปแบบ โดยห้องโดยสารสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 4 คน ในรถที่มีขนาดยาวเพียงสามเมตรนิด ๆ คันนี้ เรียกได้ว่านี่สามารถจะเป็นส่วนขยายของบ้านก็ไม่ผิดนัก
เรียกได้ว่าจะชอบหรือไม่ชอบ รถคันนี้มีอะไรดี ๆ อัดแน่นอยู่ภายในมากมายต้องรอดูของจริงว่าหลังจากได้รับคำติชมจากสาธารณชนแล้ว รถคันนี้จะได้รับการปรับเปลี่ยนอะไรบ้าง ติดตามให้ดีเพราะชายคนนี้มีอะไรให้เราได้ทึ่งเสมอ!.
 

ขอบคุณข้อมูล จาก เดลินิวส์