คนกรุงอยากเลือกผู้ว่ากทม.ปีนี้

คนกรุงอยากเลือกผู้ว่าฯปีนี้ ต้องเป็นคนขยัน-ทำได้ตามที่หาเสียง เผยค่อนข้างพอใจผลงานผู้ว่าฯ”อัศวิน”

เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ได้เผยแพร่ผลการดำเนินโครงการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับความพึงพอใจผลงานของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  โดยเก็บจากกลุ่มตัวอย่างจากประชาชนที่ อาศัยอยู่ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร จำนวนทั้งสิ้น 1,248 กลุ่มตัวอย่าง เก็บข้อมูลในวันที่ 21 – 25 ธันวาคม 2560 กลุ่มตัวอย่างในการสำรวจครั้งนี้ใช้เกณฑ์ตารางสำเร็จรูปของ Taro Yamane กำหนดว่า ประชากรเกิน 100,000 คนต้องการความเชื่อมั่น 95% และความผิดพลาดไม่เกิน 3% ต้องใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,111 กลุ่มตัวอย่าง
 
ทั้งนี้ผศ.สิงห์ สิงห์ขจร ประธานคณะกรรมการศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ กล่าวว่า ผลการสำรวจในครั้งนี้ต่อความพึงพอใจผลงานของผู้ว่าฯกทม. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม.คนปัจจุบันที่มาจากการแต่งตั้งโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 18 ต.ค. 59 มีผลงานที่ตรงใจคนกรุงเทพมหานครหรือไม่ ตลอดระยะเวลา 1 ปีเศษในการดำรงตำแหน่งที่ผ่านมา และสอบถามถึงปัญหาที่อยากให้มีการแก้ไข และคนกรุงเทพมหานครพร้อมหรือยังกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. และอยากได้ผู้ว่าฯกทม.ที่มีคุณสมบัติอย่างไร พบว่ามีข้อมูลที่น่าสนใจดังต่อไปนี้
 
ในเรื่องของความพึงพอใจผลงานของผู้ว่าฯกทม.ในปี 2560พบว่าอันดับแรกคือพึงพอใจปานกลาง ร้อยละ 42.3 อันดับที่สองคือ พึงพอใจมากร้อยละ 38.2  และ อันดับที่สามคือ พึงพอใจน้อย ร้อยละ 19.5 เห็นได้ว่าคนกรุงค่อนข้างพอใจกับผลงานของผู้ว่าฯในปัจจุบัน และเมื่อถามว่าอยากให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนมากที่สุด อันดับแรกคือ ปัญหาร้านค้าและสถานบริการฝ่าฝืนกฎหมาย ร้อยละ 23.3 อันดับที่สองคือ ปัญหาการจัดการขยะมูลฝอย ร้อยละ 20.5 และ อันดับที่สามคือ ปัญหาการคอรัปชั่น ร้อยละ 17.1 ขณะที่กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ อยากให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในปี 2561 ถึงร้อยละ 56.8หรือมากกว่าครึ่งหนึ่งของผลการสำรวจที่ต้องการให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ในปีนี้ รองลงมาคือไม่อยาก ร้อยละ 23.7 และไม่แน่ใจ ร้อยละ 19.5 ส่วนคำถามที่ว่าอยากได้ผู้ว่าฯกทม.ที่มีคุณสมบัติแบบใดมากที่สุด พบว่า อันดับหนึ่งเป็นเรื่องของการปฏิบัติตามนโยบายที่ได้ประกาศไว้ ร้อยละ 24.1 รองลงมาคือมีความขยันทุ่มเทในการทำงาน ร้อยละ 23.6 และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ร้อยละ 20.0 โดยเรื่องของความซื่อสัตย์โปร่งใสมาเป็นอันดับ4 ที่ร้อยละ 17.9 และถัดมาเป็นเรื่องของการปฎิบัติงานให้เห็นเป็นรูปธรรม ร้อยละ 8.5 และแก้ปัญหาอย่างรวดเร็วร้อยละ 5.9